อนุมัติ ประกันราคายาง กิโลละ 60 กำหนดจ่าย ต้นเดือนหน้า

0
210

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 วงเงิน 24,000 ล้านบาท ตามมติคณะกรรมนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)

เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยาง 1.4 ล้านคน พื้นที่ปลูกยางพารา 17 ล้านไร่ ได้มีรายได้ที่แน่นอนโดยกำหนดราคาประกันยาง 3 ชนิด คือ 1.ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา กก.ละ 60 บาท 2.น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา กก.ละ 57 บาท และ 3.ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา กก.ละ 23 บาท โดยจะดำเนินการเป็นเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่ ต.ค. 2562 ถึง มี.ค. 2563

ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 โดยกำหนดเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว สูงสุดรายละไม่เกิน 25 ไร่

มีเงื่อนไขว่าปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้อยู่ที่ 240 กก./ไร่/ปี หรือ 20 กก.ไร่/เดือน โดยการแบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน ร้อยละ 60 และคนกรีดยาง ร้อยละ 40 สำหรับการจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรกำหนดจ่ายให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดจ่าย 2 เดือน 1 ครั้ง

โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง ดังนี้ 1.ประกันรายได้เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2562 จ่ายงวดที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2562 2.ประกันรายได้เดือนธันวาคม 2562-มกราคม 2563

จ่ายงวดที่สอง ระหว่างวันที่ 1-15 มกราคม 2563 และ 3.ประกันรายได้เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2563 จ่ายงวดที่สาม ระหว่างวันที่ 1-15 มีนาคม 2563 โดย ครม.เห็นชอบให้ใช้เงินทุน ธ.ก.ส.สำรองจ่ายไปก่อน และให้ ธ.ก.ส.เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 และปีถัด ๆ ไป ตามความเหมาะสม เพื่อชำระคืนเงินต้นและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมกันนี้ เห็นชอบมาตรการเสริม 4 โครงการ ได้แก่

ชาวสวนในจังหวัดกระบี่กรีดยางยามเช้า ทั้งนี้ชาวสวนยางพาราทั่วภาคใต้ยังคงได้รับประโยชน์จากนโยบายชดเชยราคายางตกต่ำ ที่คิดคำนวณตามพื้นที่ปลูกยาง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องขึ้นราคายางพาราเมื่อสามเดือนก่อน

1.ขยายวงเงินสินเชื่อโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการแปรรูปยางจากปีละ 60,000 ตัน เป็น 100,000 ตันต่อปี ตั้งแต่ปี 2563-2569

2.ขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยางแห้ง วงเงิน 20,000 ล้านบาทไปอีก 2 ปี คือ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563-ธ.ค. 2564 จากที่จะสิ้นสุดในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อช่วยดูดซับยางออกจากระบบ ประมาณ 11% ของผลผลิตยางแห้ง 3.5 แสนตัน

3.ขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อให้ช่วยรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาทไปอีก 4 ปี ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2563-31 มี.ค. 2567

4.ขยายระยะเวลาและปรับปรุงวิธีการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ 1 ล้านตัน ออกไปอีก 3 ปี คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 ถึง ก.ย. 2565

โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการเพื่อกำกับดูแล มีปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธาน และกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐใช้วัตถุดิบยางพาราจากชาวสวนและสถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และเห็นชอบงบประมาณค่าบริหารจัดการโครงการ 1.5 ล้านบาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจาก ครม.พิจารณาเห็นชอบโครงการประกันรายได้จะสามารถจ่ายเงินงวดแรกได้ วันที่ 1 พ.ย. 2562 นี้ โดยจะพิจารณาจ่ายเงินทุก 15 วัน ส่วนความช่วยเหลืออื่นให้กับสถาบันเกษตรกรที่รับซื้อยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากการรับซื้อยางพารานั้น ทางรัฐบาลมีมาตรการรองรับเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here