รู้หรือไม่ 7 สัปดาห์ หลังตรัสรู้ พระพุทธ เจ้าทรง ทำอะไร

0
316

ใน พระสุตตันตปิฎก อรรถกถาเล่าว่า หลังประสูติเจ้าชายสิทธัตถะทรงย่างพระบาทดำเนินไปข้างหน้าถึง 7 ก้าวโดยทุกๆ ก้าวนั้นจะมีแผ่นทอง 7 แผ่น และดอกบัว 7 ดอกมารองรับพระบาท เป็นที่น่าอัศจรรย์ และในวันเดียวกันนั้นก็ยังมีสหชาติถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมพระพุทธองค์อีก 7 อย่างด้วยเช่นกัน หลังตรัสรู้ เลข 7 ไม่เพียงมีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติดังได้กล่าวมาแล้วเท่านั้น แต่ 7 สัปดาห์หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้  ก็ยังมีเหตุการณ์สำคัญ 7 ประการที่ชาวพุทธควรทราบ เกิดขึ้นใน 7 สถานที่ด้วยเช่นกัน

สัปดาห์ที่ 1 หลังจากที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระองค์ยังคงประทับทบทวนหลักธรรมต่าง ๆ ที่ตรัสรู้ตลอดทั้ง 7 วัน โดยมีหมู่เทพยดามาชื่นชมพระบารมี

สัปดาห์ที่ 2 พระพุทธองค์ทรงยืนทอดพระเนตรพิจารณาต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา 7 วันโดยไม่กะพริบพระเนตร ว่ากันว่า เป็นการแสดงความกตัญญูต่อต้นพระศรีมหาโพธิ์อันเป็นสถานที่บรรลุผลแห่งบารมีที่ทรงบำเพ็ญมาตลอด

สัปดาห์ที่ 3 พระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ระงับความสงสัยของเหล่าเทวดา ด้วยการนิรมิตพื้นที่สำหรับการเดินจงกรมขึ้น ระหว่างต้นพระศรีมหาโพธิ์กับโพธิบัลลังก์จากตะวันออกไปยังตะวันตก จากนั้นจึงทรงเดินจงกรมเป็นเวลา 7 วัน

สัปดาห์ที่ 4 พระพุทธองค์เสด็จไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประทับขัดสมาธิในรัตนฆรเจดีย์หรือเรือนแก้ว (อาคารที่ประดับไปด้วยเพชรพลอย) ซึ่งเทวดาเนรมิตถวาย จากนั้นทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกและสมันตปัฏฐานอนันตนัยเป็นเวลา 7 วัน

สัปดาห์ที่ 5 พระพุทธองค์ประทับใต้ต้นไทร ณ บริเวณซึ่งเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะ ทรงตอบปัญหาของพราหมณ์หุหุกชาติ พร้อมทั้งแสดงธรรมที่ทำให้เป็นสมณะและเป็นพราหมณ์ จากนั้นได้มีธิดาพญามารวสวัตดี คือ นางตัณหา นางอรดี และนางราคา มายั่วยวนด้วยวิธีต่าง ๆ แต่พระพุทธองค์ก็ทรงหนักแน่น ไม่หวั่นไหว และตรัสไล่นางทั้งสามหนีไป

สัปดาห์ที่ 6 พระพุทธองค์ประทับใต้ต้นมุจจลินท์หรือต้นจิก ครั้งนั้นได้เกิดพายุฝนตกลงมาตลอดทั้ง 7 วัน 7 คืน พญานาคนามว่า “มุจจลินท์” จึงขึ้นจากบาดาลมาขนดล้อมรอบพระวรกายพระพุทธเจ้าถึง 7 รอบ และแผ่พังพานใหญ่เพื่อปกป้องพระองค์จากพายุฝนและสัตว์ร้าย กระทั่งเมื่ออากาศปลอดโปร่งดีแล้ว พญานาคมุจจลินท์จึงคลายขนดนาคออก แล้วจำแลงตนเป็นชายหนุ่มเข้ามาถวายอัญชลีพระพุทธเจ้า

สัปดาห์ที่ 7 ตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พระพุทธองค์ไม่ได้ชำระล้างพระพักตร์ ไม่ได้ปฏิบัติพระสรีระ และไม่มีกิจด้วยพระกระยาหาร ด้วยทรงยับยั้งกิจทั้งปวงนี้อยู่ด้วยฌานสุข มรรคสุข และผลสุข ในสัปดาห์สุดท้ายของการเสวยวิมุตติสุข พระพุทธองค์ประทับใต้ต้นราชายตนะ (ต้นเกด) พระอินทร์ลงมาถวายผลสมออันเป็นทิพยโอสถ ไม้สีทนต์ชื่อ “นาคลดา” และน้ำบ้วนพระโอษฐ์จากสระอโนดาต จากนั้นตปุสสะและภัลลิกะ สองพ่อค้าหนุ่มได้เข้าเฝ้าพร้อมกับถวายสัตตุผงและสัตตุก้อนเพื่อเป็นภัตตาหาร

ครั้งนั้นท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่องค์ได้ถวายบาตรศิลาแด่พระพุทธเจ้าองค์ละ 1 ใบ พระพุทธเจ้าทรงรับและอธิษฐานให้บาตรทั้งสี่ใบรวมกันเป็นใบเดียว จากนั้นพระพุทธองค์ทรงใช้บาตรนั้นรับสัตตุผงและสัตตุก้อนที่พ่อค้าสองคนนำมาถวาย ครั้นแล้วพ่อค้าทั้งสองคนจึงได้เปล่งวาจาถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะตลอดชีวิต ทั้งสองจึงกลายเป็น “พุทธมามกะคู่แรก” ของโลก

เมื่อสิ้นสัปดาห์ที่ 7 นี้แล้ว เสด็จกลับไปประทับใต้ต้นอชปาลนิโครธอีก ทรงดำริถึงความลึกซึ้งแห่งธรรมที่ตรัสรู้ คือ ปฏิจจสมุปบาทและนิพพาน แล้วตัดสินพระทัยที่จะไม่แสดงธรรม ร้อนถึงท้าวสหัมบดีพรหมต้องเร่งมากราบทูลอาราธนาขอให้พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อโปรดคนที่สามารถโปรดได้

เรื่องราวการเสวยวิมุตติสุขตลอดทั้งเจ็ดสัปดาห์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะ พระจริยวัตรของพระพุทธเจ้าหลายประการ อันได้แก่ ความเป็นโลกุตระ (ความอยู่เหนือโลก) การเป็นผู้ชนะกิเลสทั้งปวงหรือผู้ปราศจากกิเลส และการกตัญญูรู้คุณ

คุณลักษณะทั้งหลายเหล่านี้ ชาวพุทธสามารถนำมาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนตามอย่างพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here