บอย เจี๊ยบ ไม่ยอมหักเงินเดือน ลูกน้องร้านชาบู แม้ช่วงโควิดร้านปิด

0
687

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีคำสั่งคลายล็อกดาวน์แล้ว ร้านชาบู Gotoku By Shabu King ก็ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง สำหรับ บอย พีซเมคเกอร์ และ เจี๊ยบ พิจิตตรา หลังจากปิดไปนานเกือบ 2 เดือน ล่าสุดทั้งคู่เปิดใจกับสถานการณ์ที่ผ่านมา

บอย กลับมาเปิดหลังปิดไปเกือบ 2 เดือน แต่ก็ยังเปิดได้ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเปิดได้ครึ่งหนึ่ง เพราะว่าทุกคนมาก็ต้อง 1 โต๊ะ 1 คน การบริการก็ทำได้ครึ่งหนึ่ง

เจี๊ยบ เราเอากฎมากางมาทำทุกอย่างตามนโยบายรัฐเลยค่ะ ร้านเราโชคดีที่มีพื้นที่พอวางโต๊ะ 1 โต๊ะ 1 เมตรได้ พอเข้ามาต้องมีจุดตรวจ ช้อน ส้อม จานคนละชุด

ยากมั้ยการทำแบบนี้ เพราะเราเป็นร้านชาบู

เจี๊ยบ จริงๆ ถามว่ายากมั้ย มันก็ยากค่ะ เพราะว่าลูกค้าโทรมาเยอะมาก มีลูกพามาด้วยได้มั้ย ถ้ามีคุณแม่อายุเยอะจะทำยังไง

ปกติร้านเราเป็นครอบครัวมาซะส่วนใหญ่ ก็ยอมรับว่าเราต้องปฏิเสธลูกค้าไปซะส่วนใหญ่ เพราะเราไม่สามารถจัดการตรงนั้นได้

บอย ก็มีลูกค้าโทรมาเช็ก จองล่วงหน้า ตอนแรกๆ เราสองคนก็กลัวว่าจะมีคนมาทานมั้ย เพราะชาบูก็อย่างที่รู้ว่าคนจะมาทานเป็นครอบครัว มากับเพื่อน คือมันไม่ใช่อาหารที่ทานคนเดียว

เราก็เลยพยายามคิดว่าจะทำยังไงดี เครียดกันนะ แต่ปรากฏว่าเปิดร้านวันแรกลูกค้าที่มากลุ่มแรกมา 5 ท่าน เขามารถคันเดียวกัน แต่พอมาถึงเขาก็นั่งแยกโต๊ะกันเองเลย 5 ท่าน ผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ทุกคนมี และทุกคนก็ตั้งใจปฏิบัติตามกฎระเบียบ

รายได้หายไปเยอะมั้ย กลับมาแต่เปิดลักษณะนี้

เจี๊ยบ แน่นอน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย (หัวเราะ) เพราะที่ผ่านมาเดือนกว่าเงียบ แทบจะนอน

บอย ดีครับ ยังไงก็ดีกว่าที่เหลือแค่เดลิเวอรี่อย่างเดียวอยู่แล้ว อาหารเราก็ยังราคาปกติ

เสียรายได้ที่ผ่านมาหนักสากรรจ์ขนาดไหนที่ต้องติดลบ เสียทุนไปเยอะ

บอย เราพยายามประคองซึ่งกันและกัน และบอกน้องๆ ว่าถ้าเรายังไหวกันอยู่ เราก็จะดูแลพวกเขา น้องๆ ที่ดูแลบริการ อยู่ในครัว ทุกตำแหน่ง เราพยายามดูแลเขาโดยไม่ลดเงินเดือนเขาเลย

พนักงานเข้ามาทำงานเต็มร้อย

บอย ทำงานปกติทั้งกะเลย ร้านเราทำ 2 กะ ทุกคนยังได้ทำเต็ม ผมว่ามันเป็นเรื่องเหมือนเป็นครอบครัว ดูแลซึ่งกันและกัน

แต่ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด เพราะว่าบางคนไม่ไหวก็มี เราก็บอกกับน้องๆ พนักงานว่าเราจะดูแลเขาให้นานที่สุดที่เราจะดูแลเขาไหว แต่ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่ไปลดเงินเดือนเขา

สูญรายได้ไปเท่าไร

เจี๊ยบ ถ้าพูดเป็นเรื่องเงินจริงๆ ทุกคนมันเยอะอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าอย่างที่รู้เราก็มีทำอาหารแจก

เรารู้สึกว่าเราได้มาในส่วนของกำลังใจที่เวลาเราให้แล้วเรารู้สึกว่าเออถึงแม้ว่าเราจะขาดทุนในส่วนอื่นๆ แต่ว่าที่ได้มาเราได้เรื่องดีๆ ที่ได้กำลังใจกลับมา

บอย เราไม่เคยเห็นภาพที่คู่ค้าของเรา ปกติเราซื้อสั่งผัก สั่งวัตถุดิบกับเขา เขามาถึงแล้วเอาของวางที่ร้านแล้วบอกไม่คิดเงิน บางคนเอาหมูมาให้ 10 กิโล เอาข้าวมาให้เป็น 100 โล ทุกวันนี้ก็ยังมีมาเรื่อยๆ

ผมเลยรู้สึกว่าถึงแม้จะขาดทุนเรื่องรายได้ไป แต่เราได้ในเรื่องของกำไรในเรื่องของความสุข พนักงานก็ยินดีที่จะทำแจก ผมเชื่อว่าถึงแม้เราจะกล้ากลับมาใช้ชีวิตมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนลำบาก ยังมีคนมารับข้าวแจกเยอะเฉลี่ยคนมารับหน้าร้าน 70 ถึง 100 วันหยุดพีคๆ ก็มา 200 คน คนเดือดร้อนเยอะ

เจี๊ยบ เราทำสองแผนก คือเป็นศูนย์การแพทย์กาญจนาอันนี้เราทำแจกทุกวัน อีกส่วนก็คือแจกหน้าร้าน ใครตกงานไม่มีรายได้ เดือดร้อน ก็มารับกันเรื่อยๆ

ตอนแรกก็คิดกันว่าเปิดร้านแล้วจะหยุดแจกมั้ย แต่ว่าก็มีคนมาถามว่ายังแจกอยู่มั้ย คนนี้ยังตกงานโรงงานปิดไปแล้ว

บอย ยังมีตรงพี่ๆ ที่เป็นแมสเซนเจอร์ พนักงานส่งอาหาร อะไรแบบนี้ตรงนี้ก็มีอีกเยอะพอสมควร ยังแจกไปเรื่อยๆ

เราผ่านมาแล้ว เราเข้าใจว่าตอนที่มันลำบากเป็นยังไง ตอนที่มันไม่มีจริงๆ มันรู้สึกยังไง เราเลยรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งอันเล็กน้อยเท่านั้นที่เราทำ แต่ว่าเราก็ทำตามกำลังของเรา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here