หนูน้อย 4 ขวบ นอนปวดทรมาน พี่บิณฑ์ ทราบเรื่องสั่งทันที ถึงมือหมอแล้ว

0
6962

จากกรณี ในเฟซบุ๊ก พิกัดข่าว ชาวอุบลฯ โพสตข้อความระบุว่า ชีวิตรันทด ยาย พาหลานวัย 4 ขวบไปหาหมอที่โรงพยาบาลถูกปฎิเสธการรักษาพ่อเป็นคนไทยตกงานจากพิษ โควิด-19 ส่วนแม่เป็นคนลาว เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม มีรายงานว่าที่บริเวณเพิงพักในสวนยางบ้านหนองไก่ป่า หมู่ที่ 11 ต.กองโพน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานีพบเด็กหญิงวนิสา อายุ 4 ปีพร้อมด้วยนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ45 ปี เป็นพ่อ และนางเพ็ง รูปสวย อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นยายคอยดูแลหลานด้วยความเป็นห่วง ที่ต้องนอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน จากการที่ตาทั้ง 2 ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมาพอได้เงินเบี้ยยังชีพคนชรารีบเหมารถพาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.อุบลราชธานี แต่ถูกปฏิเสธการรักษา เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายเพราะหลานเป็นต่างด้าว พ่อไทยแม่ลาว ต้องจ่ายค่าเอ็กซเรย์ก่อน 8,000 บาทเจ้าหน้าที่แจ้ง เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว สุดท้ายต้องพาหลานกลับ!!!! สุดรันทดหลานร้องด้วยความเจ็บปวด,ครอบครัวยากจน,พ่อและแม่ตกงานจากพิษ โควิด-19 ขออาศัยเพิงพักสวนยางชาวบ้านอยู่

นางเพ็ง รูปสวย อายุ 77 ปี เล่าว่าเด็กหญิงวนิสา บุดดาพันธ์ อายุ 4 ปีเป็นหลาน พ่อเป็นคนไทยแต่แม่เป็นคนลาว ไปทำงานขับรถส่งของที่จ.สมุทรปราการ หลังจากคลอดเด็กหญิงวนิสาแล้วก็พามาให้เลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก จน 4 ขวบ โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1สัปดาห์หลานมีอาการแก้มบวม จึงพาไปหาหมอที่ อ.เขมราฐหมอให้ยามากินก็ยุบนึกว่าจะหาย แต่ต่อมาที่บริเวณตาทั้ง 2ข้างอักเสพปวดบวมขึ้นมา จึงได้พาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลเขมราฐหมอทางโรงพยาบาลเขมราฐบอกว่าอาการหนักทางโรงพยาบาลเขมราฐก็เลยเอาใบส่งตัวให้ก็เลยพาหลานมาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พอดีได้เงินเบี้ยยังชีพก็เลยเหมารถยนต์พาหลานมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.อุบลฯหมอบอกว่าให้ไปเอ็กซเรย์ จะต้องชำระ เงิน 8,000 บาท ยายไม่มีเงินยายก็เลยบอกหมอว่าให้เอ็กซเรย์ก่อนได้ไหม คุณหมอบอกว่าไม่ได้ให้ชำระเงินก่อนถึงจะทำได้ จากนั้นหมอบอกว่าให้ไปเจาะเลือดพอได้ใบเจาะเลือดลงมาและให้มาชำระเงินตรงที่ชำระเงินมารออยู่ที่ชำระเงินเป็นชั่วโมง หลานก็ร้องไห้มากก็เลยออกมาหมอก็พูดหลายอย่าง ทำไมไม่ไปหาหมอที่ฝั่งลาวมาอะไรตรงนี้ ยายก็เลยไปหาเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ เพื่อขอความช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ก็บอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย มาทำไม ดุยายอีกยายก็เลยไม่มีที่ไปยายกับหลานก็นั่งร้องไห้ วันที่พาหลานไปหาหมอมีเงินติดตัวอยู่แค่ 600 บาท เหมารถไป คับแค้นใจมากไม่มีเงินให้หมอ ก็เลยพาหลานออกมาจากโรงพยาบาลหลานก็ร้องไห้ พากันออกมานั่งอยู่ข้างถนนจนถึงบ่ายสามโมงจึงได้พาหลานกลับ

ทุกวันนี้ก็มาอาศัยเพิงพักของเจ้าของสวนยางอยู่เงินจะซื้อข้าวกินก็ยังไม่มี พ่อแม่หลานก็ตกงานจากพิษ โควิด-19 ด้านนายบุญสาน บุดดาพันธ์ อายุ 45 ปี พ่อเด็กหญิงวนิสาเล่าว่าตนเองเป็นคนไทยแต่ภรรยาเป็นคนลาว ถือบัตรประจำตัวสีชมพูมีบุตรด้วยกัน 2 คน คนแรกคือเด็กหญิงวนิสา อายุ 4ขวบส่วนคนเล็กก็เป็นเด็กหญิงอายุได้ 3 เดือน ช่วงที่มีเด็กหญิงวนิสาได้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการหลังคลอดแล้วก็พามาให้นางเพ็งเลี้ยงจนถึงปัจจุบันอายุ 4 ขวบแต่ยังไม่ได้แจ้งเกิดจึงทำให้ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านส่วนคนเล็กแจ้งเกิดที่ อ.นาตาลจ.อุบลราชธานี ปัจจุบันตกงานจากพิษ โควิด-19 จึงได้พากันเดินทางกลับมาอยู่ที่ อ.นาตาลจ.อุบลฯโดยมาขออาศัยเพิงพักเจ้าของสวนยางอยู่ เหมือน เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ลูกก็มาป่วยเงินจะรักษาก็ไม่มีที่เจ็บปวดมากที่สุดก็คือคำพูดของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เป็นคนลาวก็ต้องไปรักษาที่ลาว

ทั้งๆที่ผมเป็นคนไทย ลูกก็เกิดที่เมืองไทย จะผิดก็ตรงที่เมียเป็นคนลาว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี เสียงวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างมากและมีคำถามตามมาว่าทำไมทางโรงพยาบาลไม่มองถึงว่าพวกเขาเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกันสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เรื่องมนุษยธรรมมากกว่าอย่างอื่นเป็นจรรยาบรรณและวิชาชีพการแพทย์สาธารณสุขที่หมอต้องช่วยเหลือไม่ว่าเขาเป็นเชื้อชาติไหน

ล่าสุด วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี โพสต์ข้อความระบุว่า เคสหนูน้อยวัย 4 ขวบ ตาอักเสบรุนแรง พันธมิตรจิตอาสา ประสานงาน สมาคมกู้ภัยทิวาเขมราฐ-จีตัมเกาะ เข้าไปรับตัวผู้ป่วยและญาติ นำส่ง รพ.สรรพสิทธิฯ และพระอาจารย์น้ำ สวนพระพุทธบูชา ป่าเฉลิมพระเกียรติ ,จนท.อสม. , ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมปรึกษาหารือ ก่อนส่งผู้ป่วยขึ้นรถ พระอาจารย์น้ำ ได้มอบปัจจัยไว้ให้ 3,000 บ.เมื่อถึง รพ.สรรพสิทธิฯ ได้เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน ชำระค่าเอ็กซ์เรย์ และแอดมิดนอนพักรักษาตัว รอพบแพทย์ มีอาการดวงตาอักเสบ มีหนอง น้ำตาไหล น้องดื่มนมได้เยอะ ไม่กินมาหลายวัน กำลังใจดี อารมณ์ดี งอแงเป็นบางช่วง ได้นำของเล่น ขนมมาไว้ให้น้อง พี่พยาบาลนำนมตุ๊กตามาให้ ในช่วงบ่าย พระอาจารย์ก้อง วัดป่าหัวดอน อ.เขื่องใน และพี่หน่อง ร้านดาวกาแฟ ไปเยี่ยมอาการ

ขอบคุณ สมาคมกู้ภัยทิวาเขมราฐ-จีตัมเกาะ ที่นำส่งผู้ป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สมาคมกู้ภัย เขมราฐ จีตัมเกาะ ท่านนายอำเภอนาตาล รุดไปเยี่ยมที่บ้าน พบแม่ของน้อง ทางอำเภอจะดำเนินเอกสารการแจ้งเกิดให้เรียบร้อย และ พม. ลงพื้นที่พรุ่งนี้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น พี่หน่อง ดาวกาแฟ ได้ให้ เขตฐ์ การยางอุบลราชธานี ประสานงานชำระเรียบร้อยแล้ว และ พี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เทวดาเดินดิน ทราบเรื่องแล้ว ฝากให้ทางโรงพยาบาลทำการรักษาอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขอบคุณทุกท่าน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณ พิกัดข่าว ชาวอุบลฯ , วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here